ซีเอส ล็อกซอินโฟ มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2554 = 335 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.56 บาทต่อหุ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ติดต่อส่วนงานประชาสัมพันธ์
บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน)
Tel: 0 2263-8000 ext. 1424, 2029 E-mail: ir@csloxinfo.net
กรุงเทพมหานคร – วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555
บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ มีกำไรสุทธิ (ก่อนรายการพิเศษ) สำหรับปี 2554 เท่ากับ 395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท หรือร้อยละ 6 จากปีก่อน และมีรายได้รวมสำหรับปี 2554 เท่ากับ 2,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140 ล้านบาท หรือร้อยละ 5 จากปีก่อน โดยผลการดำเนินงานโดยรวมที่ดีขึ้น เนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอินเตอร์เน็ต และธุรกิจ Voice & Mobile Content ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพของกลุ่มบริษัท
ในปี 2554 บริษัท มีค่าใช้จ่ายพิเศษเกิดขึ้นจำนวนรวมทั้งสิ้น 60 ล้านบาท ได้แก่ 1) ผลกระทบจากการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 23 ล้านบาท และ 2) ค่าเผื่อการด้อยค่าของค่าความนิยมของเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 37 ล้านบาท ส่งผลให้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวมสำหรับปี 2554 เท่ากับ 335 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.56 บาทต่อหุ้น
ส่วนกำไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปี 2554 เท่ากับ 323 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.54 บาทต่อหุ้น โดยแบ่งเป็น 1) กำไรจากการดำเนินงานเท่ากับ 80 ล้านบาท (สุทธิจากผลกระทบจากการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 10 ล้านบาท และค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 43 ล้านบาท) และ 2) เงินปันผลรับจากบริษัทย่อย 243 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทมีมติให้เสนอจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นจากกำไรของผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังประจำปี พ.ศ. 2554 ในอัตราหุ้นละ 0.27 บาท ทั้งนี้เงินปันผลเสนอจ่ายดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญประจำปีของผู้ถือหุ้นของบริษัท ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2555
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2555 จะเป็นดังนี้
สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ต บริษัทได้ปรับเปลี่ยน ทิศทางจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) มาเป็น ผู้ให้บริการ ไอซีที (อินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์และ โทรคม) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่มีการใช้งานแบบ ผสมผสานของคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตและการสื่อสาร โดยในปีที่ผ่านมา บริษัท มีลูกค้าทีเป็นบริษัททั้ง เล็ก กลางและใหญ่ รวมกัน ประมาณ 4,000 บริษัท โดยมีส่วนแบ่ง การตลาด ประมาณ 30-35% ในบริษัทขนาด กลางและใหญ่ ในประเทศไทย
สำหรับธุรกิจ Voice Info Services & Mobile Content Services แม้ว่าการให้บริการผ่านระบบโทรศัพท์ในปัจจุบันยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เริ่มเปลี่ยนมาเป็นสมาร์ทโฟน บริษัทได้ทำการพัฒนาบริการทางด้านออนไลน์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ยอดขายส่วนนี้ ยังมีน้อย เนื่องจากในประเทศไทยการซื้อสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก
สำหรับธุรกิจโฆษณาสมุดหน้าเหลือง เนื่องจากผู้ลงโฆษณามีทางเลือกในการลงโฆษณาผ่านสื่อ ออนไลน์หรือ อินเทอร์เน็ตได้ถูกกว่า ประกอบกับในปีที่ผ่านมา ธุรกิจโฆษณาได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์น้ำท่วม ดังนั้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการใช้สื่อโฆษณา บริษัทได้มีการลงทุนพัฒนาระบบบริการด้านโฆษณาสินค้า แบบออนไลน์ และการซื้อ-ขาย ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ในหลายรูปแบบ ซึ่งบริการเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถนำเสนอ รูปแบบการขายโฆษณาได้หลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน รายได้ต่อหน่วยของการบริการด้านออนไลน์ค่อนข้างต่ำ ทำให้รายได้รวมของธุรกิจกลุ่มใหม่นี้ ยังไม่มากพอ ที่จะชดเชยรายได้ที่ลดลงของการโฆษณาสมุดหน้าเหลืองได้ โดยในระยะสั้นบริษัทคาดว่าสามารถชดเชยรายได้หรือกำไรที่ลดลงได้จากบริการด้านคอลเซ็นเตอร์ (1188 Call center)
ข้อมูลบริษัท
บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือชื่อย่อ “CSL” จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 8 เมษายน 2547 เดิมชื่อ บริษัท ซี.เอส.คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 ดำเนินธุรกิจรับส่งสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมและบริการอินเทอร์เน็ตครบวงจร เมื่อเดือนมีนาคม 2546 เข้ารวมกิจการกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด ปัจจุบัน บริษัทดำเนินธุรกิจสามด้าน คือ 1) บริการ ไอ ซี ที หรือ อินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์และ โทรคม 2) บริการสิ่งพิมพ์ โฆษณา และ 3) บริการ ข้อมูลข่าวสารและความบันเทิง ผ่านโทรศัพท์ โดยมีบมจ. ซีเอส ล็อกซอินโฟ ดำเนินธุรกิจด้าน ไอซีที และ บมจ. เทเลอินโฟมีเดีย ดำเนินธุรกิจ ด้านโฆษณาสมุดหน้าเหลือง บจ. วัฎฏะ คลาสสิฟายด์ส ดำเนินธุรกิจโฆษณา รถ งาน บ้าน และบมจ. เอดี เวนเจอร์ ดำเนินธุรกิจ บริการ ข้อมูลข่าวสารและความบันเทิง ผ่านโทรศัพท์ ทั้งนี้ บมจ. ซีเอสล็อกซอินโฟ ถือหุ้น ประมาณ 100% ในบริษัทย่อย ยกเว้น บริษัทวัฎฏะ ถือเพียง 60%